Disney-was-criticized-for-making-the-movie-Mulan-to-please-China-news-site

ดิสนีย์ถูกวิจารณ์ เอาใจจีนเกินไป หลังสร้างหนัง มู่หลาน

กลายเป็นประเด็นร้อนบนสังคมอีกหนึ่งเรื่อง ในกรณีที่ ‘มู่หลาน’ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งใช้คนแสดงจริง มีการวางกำหนดการเข้าโรงในปี 2020 หลังจากมีการปล่อยภาพตัวอย่างออกมา ทำให้แฟนๆ ดิสนีย์ที่ได้รับชม ถึงกับส่ายหัว บางคนถึงกับกุมขมับ เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงบท รวมทั้งเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่างๆ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการตัดมังกรคู่ใจของมู่หลานออก แล้วเปลี่ยนเป็นนกฟีนิกซ์แทน หรือไม่มีเพลง Reflection ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงเด็ด ของอนิเมชั่นมู่หลานที่เด็กๆ ต่างร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง โดยแฟนๆ ชาวตะวันตกนั้น ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโซเซี่ยวอย่างเผ็ดร้อนว่า ทำไมถึงจะต้องทำหนังเอาใจคนจีนขนาดนี้

แสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด เอามังกรมูซูคืนมา

สำหรับทางด้านแต่ของผู้ชมภาพยนตร์ชาวจีนแล้ว กลับมองว่าตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นนี้ ก็ได้บ่งบอกถึงอะไรหลายๆ อย่าง ที่แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงในการสร้างที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นโทนหนังที่เต็มไปด้วยความซีเรียส เพิ่มความขึงขังเข้ามา รวมทั้งการแสดงทางสีหน้า ท่าทางของนางเอก ก็ทำให้ผู้คนเข้าใจได้ทันทีว่า มู่หลานในเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ จะมีความแตกต่างไปจากมู่หลานในฉบับการ์ตูน ซึ่งจะเน้นนำเสนอเข้มแข็งของวีรสตรีในสมัยโบราณอย่างแท้จริง

news-site-Disney-was-criticized-for-making-the-movie-Mulan-to-please-China

แต่ประเด็นร้อนแรงก็ไม่ได้จบลงง่ายๆ เพราะในช่วงเวลาที่ปล่อยภาพยนตร์ตัวอย่างของมู่หลานเวอร์ชั่นคนแสดงออกมา ก็ดันตรงกับกระแสดราม่าของทางรัฐบาลจีน เพราะมีข่าวใหญ่ออกมาว่า ตำรวจฮ่องกงได้ใช้ความรุนแรง กับผู้ชุมนุม โดยที่ผู้ชุมนุมเอง ก็ออกมาเรียกร้องสิทธิ์อย่างสงบ ไม่มีการแสดงความก้าวร้าวรุนแรงแต่อย่างใด โดยเหตุผลที่ทุกคนออกมาชุมนุมกันในครั้งนี้ เพราะต้องการต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่ส่งให้แก่ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า มีการกดขี่ชาวมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในซินเจียงอุยกูร์ เพราะฉะนั้นตัวอย่างหนังเรื่องนี้ หลายคนๆ มองว่ามีการปลุกความเป็นชาตินิยมของจีนอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้แม้แต่ชาวฮ่องกง หรือชาวจีนเองที่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ เมื่อได้ชมแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก

แต่ก็ไม่ได้มีคนออกมาต่อต้านเสมอไป

โดยจากการเก็บข้อมูลของผู้ใช้โซเชี่ยวชาวจีนบางส่วน ได้ออกมาชื่นชมว่า ตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ เป็นตัวอย่างที่น่าดึงดูดเป็นอย่างมาก พร้อมชื่นชมการแสดงของหลิวอี้เฟยว่าดีมาก และยังถือว่าเธอเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์คนแรกของประเทศจีน นอกจากนี้ยังยกย่องการแต่งการแต่งหน้าของหลิวอี้เฟย ที่มีลุคที่ดูมีความเป็นธรรมชาติ เพราะในภาพยนตร์เรื่องนี้มู่หลานจะต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายไปออกรบ แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะมีชาวเน็ตบางคนพยายามจับผิด อีกทั้งยังมีการแสดงความคิดเห็นในเชิงตลกขบขันว่า ในฉากที่มู่หลานจะต้องแต่งตัว แต่งหน้า เพื่อเข้าพิธี และจะต้องมีการแต่งแต้มสีแดงที่บริเวณหน้าผากของมู่หลานนั้น มีลักษณะคล้ายกับโลโก้ของ Huawei บริษัทชื่อดังของประเทศจีน แต่เพียงไม่นานก็มีผู้รู้ออกมาอธิบายว่า การแต้มสีแดงบนใบหน้า ในลักษณะรูปแบบนี้ เป็นรูปแบบที่ถูกต้องแล้ว เพราะว่าถ้าอ้างอิงจากตามประวัติศาสตร์ของจีน ผู้หญิงในสมัยโบราณจะต้องมีการแต้มหน้าผากในลักษณะนี้

แต่ทางด้านแฟนคลับชาวตะวันตก ต่างก็หัวร้อนกันเป็นอย่างมาก ที่ภาคนี้มู่หลานเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ไม่มี มูซูมังกรสุดน่ารักแต่ชาวจีนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังไม่สนใจอีกว่าจะตัดเพลง Reflection ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงตำนานของมู่หลานออกไปด้วย โดยมีผู้ชายคนหนึ่งได้คอมเม้นอย่างหนักหน่วงว่า เราสนใจเพียงแค่ว่า ฮวามู่หลานจะออกมาสวยหรือไม่ และหนังเรื่องนี้ จะสามารถสะท้อนวัฒนธรรมจีนโบราณ และแสดงความมุ่งมั่นของมู่หลานออกมาได้มากถึงเพียงไหนเท่านั้น

Posted in ข่าว.